ผ่าตัดถุงใต้ตา แผลนอก VS แผลใน ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี ?
12 พฤษภาคม 2026
ผู้เขียน
นพ.จิรัช เจตชยานนท์
ประวัติ
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น ภายใต้การดูแลของ นพ.เจียงอริยวงศ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง และเสริมสร้างใบหน้า
- ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น จากโครงการ International Fellowship in Advanced Aesthetic Science (IFAAS) ประเทศเกาหลีใต้
ความแตกต่างระหว่างผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกกับแผลในที่ควรรู้
Key Takeaway:
ใบหน้าอิดโรยและดูมีอายุอาจไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุสำคัญมาจาก "ถุงใต้ตา" ที่เกิดจากการสะสมของไขมันและผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อย การผ่าตัดถุงใต้ตาจึงเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ช่วยคืนความสดใสให้ใบหน้าได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความลังเลใจให้ผู้รับบริการมากที่สุดคือการเลือกระหว่างการผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคแผลนอกกับแผลใน ซึ่งทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่ต่างกัน โดยเทคนิคแผลในจะเน้นกำจัดไขมันโดยไร้รอยแผลเป็นภายนอก เหมาะกับผู้ที่ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี ส่วนเทคนิคแผลนอกจะสามารถจัดการได้ทั้งไขมันและตัดแต่งผิวหนังที่หย่อนคล้อย เหมาะกับผู้ที่มีอายุหรือมีริ้วรอยชัดเจน การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละเทคนิคพร้อมประเมินสภาพผิวเบื้องต้น จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการและแก้ปัญหาได้อย่างปลอดภัย
ใบหน้าอิดโรยและดูมีอายุอาจไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุสำคัญมาจาก "ถุงใต้ตา" ที่เกิดจากการสะสมของไขมันและผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อย การผ่าตัดถุงใต้ตาจึงเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ช่วยคืนความสดใสให้ใบหน้าได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความลังเลใจให้ผู้รับบริการมากที่สุดคือการเลือกระหว่างการผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคแผลนอกกับแผลใน ซึ่งทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่ต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละเทคนิคจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการและสภาพปัญหา

ทำความเข้าใจปัญหาถุงใต้ตาเกิดจากอะไร ?
โดยธรรมชาติแล้ว รอบดวงตาของมนุษย์จะมีถุงไขมัน (Orbital Fat) ทำหน้าที่เป็นเสมือนเบาะรองรับแรงกระแทกให้กับลูกตา โดยมีผนังกั้นไขมัน (Orbital Septum) และกล้ามเนื้อรอบดวงตาคอยพยุงไขมันเหล่านี้ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แต่เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างผนังกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่เคยทำหน้าที่พยุงจะเริ่มอ่อนแอและสูญเสียความตึงตัว ส่งผลให้ไขมันเคลื่อนตัวดันออกมาสะสมกระจุกตัวอยู่ด้านหน้า จนมองเห็นเป็นถุงปูดพองได้อย่างชัดเจน
นอกจากปัจจัยเรื่องความเสื่อมสภาพตามวัยแล้ว สาเหตุการเกิดถุงใต้ตายังมีอีกหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต การขยี้ตาบ่อย ๆ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือภาวะโรคภูมิแพ้บนใบหน้าและเมื่อปัญหาถุงใต้ตาเกิด
จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างชั้นลึก การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถดันไขมันให้กลับเข้าไปได้ การผ่าตัดเพื่อจัดการไขมันและปรับโครงสร้างใหม่จึงเป็นวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอกและแผลใน
เจาะลึกการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน (Internal Incision Surgery)
การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Internal Incision Technique เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็นหลังการผ่าตัด เนื่องจากเป็นการนำไขมันออกโดยไม่รบกวนโครงสร้างผิวหนังด้านนอก
ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน
จักษุแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุตาด้านใน เพื่อเข้าไปนำไขมันส่วนเกินที่ปูดนูนออกมา หรือจัดเรียงไขมันใหม่ให้เรียบเนียนไปกับร่องน้ำตา โดยไม่มีการกรีดผิวหนังด้านนอกและไม่ต้องเย็บแผล
จุดเด่นของการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน
จุดเด่นหลักคือไร้รอยแผลเป็นภายนอก จึงลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นนูน อาการบวมช้ำน้อยกว่า และใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดแและพักฟื้นสั้นกว่า เมื่อเทียบกับการเปิดแผลด้านนอก
ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเยอะ แต่โครงสร้างผิวหนังยังคงมีความยืดหยุ่นดี ไม่มีผิวหนังส่วนเกิน หรือริ้วรอยหย่อนคล้อยบริเวณใต้ดวงตามากนัก ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้ที่อายุน้อย หรือผู้ที่มีถุงใต้ตาจากกรรมพันธุ์
รู้จักการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก (External Incision Surgery)
สำหรับผู้ที่มีอายุมาก ปัญหาถุงใต้ตาอาจไม่ได้มีเพียงแค่ไขมันที่ดันตัวออกมา แต่ยังรวมไปถึงการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบดวงตาเกิดความหย่อนคล้อยร่วมด้วย กรณีนี้เทคนิคแผลในอาจไม่เพียงพอ การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก หรือ External Incision Technique จึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์กว่า
ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก
จักษุแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณผิวหนังด้านนอก ซ่อนรอยกรีดไว้ชิดขอบแนวขนตาล่าง เพื่อเข้าไปนำไขมันส่วนเกินออก หรือจัดเรียงไขมันใหม่ พร้อมทั้งทำการตัดแต่งผิวหนังและกล้ามเนื้อส่วนที่หย่อนคล้อยออกให้พอดี ก่อนจะเย็บปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก
จุดเด่นของการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก
เป็นเทคนิคที่สามารถแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างครอบคลุม เพราะสามารถจัดการได้ทั้งไขมันที่ปูดนูน ผิวหนังที่เหี่ยวย่น และความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อในคราวเดียวกัน ช่วยให้ใต้ตาดูเรียบเนียนและตึงกระชับขึ้น
ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาปูดพองร่วมกับมีผิวหนังส่วนเกินหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้ที่มีอายุมากแล้ว

ตารางเปรียบเทียบ ผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกกับแผลใน เลือกแบบไหนดี ?
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจัดการกับถุงใต้ตา แล้วยังไม่รู้ว่าระหว่างการผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกกับแผลใน ควรเลือกแบบไหนดี สามารถตัดสินใจเพิ่มเติมได้จากข้อมูลในตารางด้านล่างนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก | การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน |
|---|---|---|
| ตำแหน่งรอยแผล | รอยแผลถูกซ่อนไว้ชิดแนวขอบขนตาล่างด้านนอก | รอยแผลซ่อนอยู่ด้านในเยื่อบุตา ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก |
| การจัดการไขมัน | สามารถนำไขมันใต้ตาออกและจัดเรียงไขมันใหม่ได้ | สามารถนำไขมันใต้ตาออกและจัดเรียงไขมันใหม่ได้ |
| การตัดแต่งผิวหนัง | สามารถตัดแต่งผิวหนังและกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ | ไม่สามารถตัดผิวหนังส่วนเกินได้ |
| ระยะเวลาพักฟื้น | ประมาณ 7-10 วัน | ประมาณ 3-5 วัน |
| การตัดไหม | ต้องตัดไหมใน 5-7 วัน | ไม่ต้องตัดไหม |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ใต้ตาเรียบเนียนพร้อมผิวหนังที่ตึงกระชับขึ้น | ลดถุงไขมันใต้ตาให้เรียบเนียนขึ้น |
วิธีประเมินตนเองเบื้องต้นก่อนเลือกเทคนิคผ่าตัดถุงใต้ตา
- กดบริเวณถุงใต้ตา : ใช้นิ้วกดเบา ๆ บริเวณถุงใต้ตา หากมองเห็นไขมันปูดนูนชัดเจน แต่เมื่อปล่อยมือแล้วผิวหนังยังสามารถเด้งกลับคืนตัวได้ดีอย่างรวดเร็ว โครงสร้างผิวของคุณอาจยังมีความยืดหยุ่นเพียงพอ และสามารถใช้เทคนิคแผลในได้
- ทดสอบความยืดหยุ่น : ใช้นิ้วดึงผิวหนังใต้ตาลงมาเบา ๆ แล้วปล่อยมือ หากผิวหนังใช้เวลานานกว่าจะดีดกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม หรือเมื่อปล่อยแล้วผิวยังคงดูย่นค้างอยู่ แสดงว่าผิวหนังเริ่มขาดความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้เทคนิคแผลนอกเพื่อตัดผิวหนังส่วนเกิน
- พิจารณาริ้วรอยขณะยิ้ม : สังเกตใบหน้าในกระจก หากเวลาอยู่นิ่ง ๆ ดูไม่มีริ้วรอย แต่พอฉีกยิ้มแล้วผิวบริเวณใต้ตาพับย่นเป็นชั้น ๆ ตกลงมาอย่างชัดเจน นั่นคือสัญญาณของปริมาณผิวหนังส่วนเกินที่ควรได้รับการจัดการควบคู่กับไขมันด้วยเทคนิคแผลนอก
ปัญหาถุงใต้ตาอาจส่งผลต่อความมั่นใจในระยะยาว หากคุณกำลังพิจารณาเลือกระหว่างการผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกกับแผลใน เพื่อหาวิธีการรักษาที่สอดคล้องกับปัญหาของตนเอง Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic) คลินิกศัลยกรรมตาย่านอโศก พร้อมให้บริการปรึกษาและดูแลปัญหาดวงตาอย่างใกล้ชิด
ทุกเคสจะได้รับการออกแบบและวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคล (Personalized Design) โดยนายแพทย์จิรัช เจตชยานนท์ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมรอบดวงตา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับโครงสร้างใบหน้าของคนไข้ พร้อมการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์การรักษา ผู้ที่สนใจการผ่าตัดถุงใต้ตาซ่อนแผล หรือการศัลยกรรมรอบดวงตาอื่น ๆ สามารถนัดหมายเข้ารับคำปรึกษาเพื่อประเมินเทคนิคที่เหมาะสมได้ที่ LINE Official @beaclinic หรือโทร. 064-196-3635
ข้อมูลอ้างอิง
Transconjunctival Blepharoplasty. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK538152/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกกับแผลใน (FAQs)
Q: ผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก จะเห็นรอยแผลเป็นชัดเจนหรือไม่ ?
A: ในการผ่าตัดแบบแผลนอก จักษุแพทย์จะซ่อนรอยกรีดไว้ชิดกับขอบแนวขนตาล่างให้มากที่สุด เมื่อแผลหายสนิทและสมานตัวดีแล้ว รอยแผลจะกลืนไปกับแนวขนตาและแทบไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในระยะสนทนาปกติ
Q: การผ่าตัดถุงใต้ตาช่วยรักษารอยคล้ำใต้ตา (Dark Circles) ได้ไหม ?
A: การผ่าตัดช่วยแก้ไขเงาดำที่เกิดจากการตกกระทบของแสงบริเวณถุงไขมันที่ปูดนูน ทำให้ร่องใต้ตาดูสว่างขึ้นได้ แต่หากรอยคล้ำเกิดจากเม็ดสีเมลานินสะสมที่ผิวหนัง (Pigmentation) หรือภูมิแพ้ การผ่าตัดจะไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวบริเวณนั้นได้โดยตรง
Q: ผ่าตัดถุงใต้ตาไปแล้ว ถุงไขมันจะกลับมาอีกหรือไม่ ?
A: การผ่าตัดเป็นการนำเซลล์ไขมันส่วนเกินออกไป ทำให้ถุงใต้ตาลดลงอย่างเห็นได้ชัดและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายมีอายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อย่อมมีความหย่อนคล้อยลงตามความเสื่อมสภาพตามวัย อาจทำให้เห็นโครงสร้างเบ้าตาเปลี่ยนไปตามธรรมชาติในอนาคต
Q: หลังผ่าตัดถุงใต้ตาสามารถใช้สายตาหรือเล่นโทรศัพท์มือถือได้เลยหรือไม่ ?
A: สามารถใช้สายตาได้ตามปกติเนื่องจากการผ่าตัดไม่กระทบต่อการมองเห็น แต่ในช่วง 1-3 วันแรก แนะนำให้พักสายตาเป็นระยะและหลีกเลี่ยงการเพ่งหน้าจอนาน ๆ เพื่อลดอาการตาแห้ง และควรประคบเย็นอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวจากอาการบวมได้เร็วขึ้น