ลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองให้เห็นผล ต้องเข้าใจสาเหตุและวิธีดูแลที่ถูกต้อง

22 กุมภาพันธ์ 2026

วิธีแก้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย ทั้งแบบธรรมชาติ เเละทางการแพทย์

Key takeaway 

ถุงใต้ตาเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งอายุ ไขมันสะสม รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต และพันธุกรรม การลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองช่วยบรรเทาได้ในบางกรณี โดยเฉพาะถุงใต้ตาที่เกิดจากการบวมน้ำหรือพฤติกรรม แต่หากถุงใต้ตามีลักษณะนูนชัดตลอดเวลา หรือเกิดจากโครงสร้าง การดูแลทั่วไปอาจไม่เพียงพอ การประเมินโดยจักษุแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อเลือกแนวทางดูแลและแก้ปัญหาถุงใต้ตาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล

Table of Content

ถุงใต้ตาที่ดูบวม นูน หรือหย่อนคล้อย มักทำให้ใบหน้าดูโทรมและไม่สดใสกว่าที่รู้สึกจริง หลายคนจึงเริ่มมองหาวิธีลดถุงใต้ตาด้วยตัวเอง หรือปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นแบบธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมการนอน การใช้ครีมบำรุง ไปจนถึงการประคบเย็น 

อย่างไรก็ตาม หากต้องการแก้ปัญหาถุงใต้ตาอย่างถูกวิธี สิ่งสำคัญคือการเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง เพราะถุงใต้ตาของแต่ละคนอาจเกิดจากปัจจัยที่ต่างกัน เช่น ไขมันสะสม กล้ามเนื้อหย่อน หรือผิวบางลงตามวัย บทความนี้จะให้ความรู้เรื่องวิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติ และอาการที่บ่งบอกว่าควรรับการประเมินโดยจักษุแพทย์เพื่อแก้ปัญหา

ตัวอย่างผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย

1. ถุงใต้ตาคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ถุงใต้ตา คือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างบริเวณเปลือกตาล่าง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาผิวภายนอกเท่านั้น

  • ถุงใต้ตาจากอายุที่เพิ่มขึ้น : เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบดวงตาจะค่อย ๆ สูญเสียความยืดหยุ่น ผนังกั้นไขมันอ่อนแรง ทำให้ไขมันดันตัวออกมาเห็นเป็นถุงที่ชัดเจน
  • ถุงใต้ตาจากไขมันสะสมและผนังกั้นอ่อนแรง : ในบางคน ไขมันใต้ตาอาจมีมากตั้งแต่กำเนิด หรือผนังกั้นไขมันอ่อนแรงเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ถุงใต้ตานูนชัด แม้พักผ่อนอย่างเพียงพอก็ตาม
  • ถุงใต้ตาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต : การนอนน้อย ความเครียด การรับประทานอาหารเค็มจัด หรือภาวะแพ้ ทำให้เกิดการคั่งของน้ำบริเวณใต้ตา ส่งผลให้เกิดอาการบวมชั่วคราว
  • ถุงใต้ตาจากพันธุกรรม : บางคนมีลักษณะถุงใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งมักพบร่วมกับโครงสร้างเบ้าตาหรือไขมันใต้ตาที่เด่นเป็นพิเศษ

2. วิธีสังเกตประเภทของถุงใต้ตาด้วยตัวเอง

ก่อนเลือกวิธีดูแลและแก้ปัญหาถุงใต้ตา ควรเริ่มจากการสังเกตลักษณะถุงใต้ตาของตนเองให้ชัดเจนก่อนว่าเป็นถุงใต้ตาแบบไหน

  1. ถุงใต้ตาบวมจากน้ำ (Puffy Eyes) มักบวมชัดในตอนเช้า และยุบลงได้เองในระหว่างวัน พบได้บ่อยในผู้ที่นอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  2. ถุงใต้ตาจากไขมัน ลักษณะนูนคงที่ เห็นชัดตลอดเวลา ไม่ยุบแม้พักผ่อนเพียงพอ มักเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
    ถุงใต้ตาหย่อนคล้อยจากผิวบางและคอลลาเจนลดลง ผิวใต้ตาดูบาง เหี่ยวย่น และทำให้ถุงใต้ตาดูเด่นขึ้น แม้ปริมาณไขมันไม่มาก
  3. ถุงใต้ตาที่มาคู่กับร่องลึกใต้ตา เกิดจากความไม่เรียบของผิวและโครงสร้าง ทำให้เกิดเงาใต้ตา ส่งผลให้ถุงใต้ตาดูชัดกว่าความเป็นจริง

3. วิธีลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองขั้นเบื้องต้น

3.1 วิธีลดถุงใต้ตาแบบธรรมชาติ

การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันสามารถช่วยบรรเทาถุงใต้ตาบางประเภทได้ โดยเฉพาะถุงใต้ตาที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต สามารถเลือกใช้วิธีเหล่านี้ได้

  1. การประคบเย็น : ช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดและอาการบวมชั่วคราว เหมาะกับถุงใต้ตาที่เกิดจากการคั่งของน้ำ
  2. การปรับพฤติกรรมการนอน : นอนให้เพียงพอและยกศีรษะสูงเล็กน้อย ช่วยลดการไหลเวียนของของเหลวมาสะสมใต้ตา
  3. การลดอาหารเค็มและแอลกอฮอล์ : ช่วยลดการคั่งของน้ำในร่างกาย และลดอาการบวมรอบดวงตา
  4. การออกกำลังกาย : ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลือง ทำให้ใบหน้าดูสดใสมากขึ้น

3.2 การใช้สกินแคร์ร่วมด้วย

ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาสามารถช่วยดูแลคุณภาพผิวและลดปัจจัยที่ทำให้ถุงใต้ตาดูเด่นขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับสาเหตุของถุงใต้ตาเป็นหลัก

  1. ครีมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น : ช่วยให้ผิวใต้ตาดูอิ่มน้ำ ลดความแห้ง และทำให้ริ้วรอยตื้น ๆ ดูจางลง ส่งผลให้บริเวณใต้ตาดูสดใสมากขึ้น
  2. ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวใต้ตาดูเรียบขึ้น : ช่วยลดความไม่สม่ำเสมอของผิว ในกรณีที่ปัญหาเกิดจากผิวบางหรือผิวแห้ง
  3. ผลลัพธ์จากการใช้ครีมบำรุงผิวรอบดวงตา : ครีมบำรุงไม่สามารถลดปริมาณไขมันใต้ตา และไม่สามารถปรับผิวที่หย่อนคล้อยระดับโครงสร้างได้ รวมถึงไม่สามารถแก้ไขถุงใต้ตาที่เกิดจากพันธุกรรมหรือผนังกั้นไขมันอ่อนแรง แต่เหมาะสำหรับการดูแลผิวรอบดวงตาให้ดูดีขึ้นในกรณีที่มีปัญหารอบดวงตาไม่มากนัก

4. การลดถุงใต้ตาหย่อนคล้อย : วิธีลดถุงใต้ตาสำหรับคนผิวบางหรือมีร่องลึก

สำหรับบางคน ถุงใต้ตาที่ดูชัดไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมเป็นหลัก แต่เกิดจากผิวใต้ตาที่บางลงและมีร่องลึก เมื่อผิวสูญเสียความยืดหยุ่น แสงและเงาจะตกกระทบดวงตา ทำให้ถุงใต้ตาดูเด่นชัดกว่าความเป็นจริง ลักษณะนี้พบได้บ่อยกับคนที่พักผ่อนน้อย ผิวแห้ง หรือเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย

การลดถุงใต้ตาในกลุ่มนี้ จึงไม่ใช่การพยายามทำให้ถุงใต้ตาหายไปโดยตรง แต่เป็นการปรับสภาพผิวรอบดวงตาให้ดูเรียบเนีบน เเละสม่ำเสมอมากขึ้น

4.1 วิธีบำรุงฟื้นฟูรอบดวงตาในกลุ่มผิวบาง

การดูแลในกลุ่มนี้ควรเน้นการฟื้นฟูผิวมากกว่าการพยายามลดไขมันที่ถุงใต้ตาโดยตรง การเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่น ลดหย่อนคล้อยของร่องลึก และทำให้ถุงใต้ตาดูไม่เด่นชัด วิธีนี้จะช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของผิวในระยะยาวได้ 

4.2 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ รวมถึงการเช็ดถูบริเวณใต้ตาเเรงๆ ซ้ำ ๆ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณรอบดวงตา หากทำซ้ำๆเป็นเวลานานพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ผิวใต้ตาบางลงและทำให้เกิดความหย่อนคล้อยชัดเร็วขึ้น และอาจทำให้การดูแลใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติไม่เห็นผล

ผู้หญิงที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อลดถุงใต้ตาหย่อนคล้อยโดยจักษุแพทย์

5. เมื่อไหร่ที่การลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองอาจไม่เพียงพอ ?

หากดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอแล้ว แต่ถุงใต้ตายังคงเห็นชัดไม่เปลี่ยนแปลง หรือมีลักษณะนูนคงที่ตลอดเวลา อาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผิวเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

แม้ว่าการดูแลผิวรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ถุงใต้ตาที่เกิดจากสาเหตุผิวบางหรือมีร่องลึกดูดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ในบางกรณี ถุงใต้ตาอาจยังคงเห็นชัดไม่เปลี่ยนแปลง หรือมีลักษณะนูนคงที่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ผิวเพียงอย่างเดียว และการลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

สัญญาณที่พบบ่อย ได้แก่

  • ถุงใต้ตามีลักษณะนูนชัดตลอดทั้งวัน ไม่ยุบแม้พักผ่อนเพียงพอ
  • ถุงใต้ตาเกิดจากไขมันสะสมจำนวนมากหรือผนังกั้นไขมันอ่อนแรง
  • มีความหย่อนคล้อยของผิวและกล้ามเนื้อในระดับโครงสร้าง
  • ถุงใต้ตาเห็นชัดตั้งแต่อายุยังน้อย หรือมีประวัติพบได้ในครอบครัว

ในกลุ่มนี้ การดูแลด้วยครีม ประคบเย็น หรือการปรับพฤติกรรม อาจช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถแก้ไขต้นเหตุของปัญหาได้อย่างตรงจุด การประเมินโครงสร้างถุงใต้ตาโดยแพทย์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงก่อนเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสม

6. ทางเลือกเพื่อลดถุงใต้ตาหย่อนคล้อยโดยจักษุแพทย์

เมื่อถุงใต้ตาเกิดจากไขมันสะสมหรือความหย่อนคล้อยในระดับโครงสร้าง การประเมินโดยจักษุแพทย์จะช่วยแยกให้ชัดเจนว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องใด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม 

การประเมินโครงสร้างถุงใต้ตาโดยจักษุแพทย์

แพทย์จะพิจารณาปริมาณไขมันใต้ตา ความแข็งแรงของผนังกั้นไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิว รวมถึงความสัมพันธ์กับร่องลึกใต้ตา เพื่อประเมินว่าควรดูแลด้วยวิธีใดจึงจะเหมาะสมกับสภาพตาของแต่ละบุคคล

ประเมินอาการ และรักษาด้วยวิธีตัดไขมันถุงใต้ตาแบบซ่อนแผลด้านใน

การตัดไขมันถุงใต้ตาแบบซ่อนแผลด้านในเป็นแนวคิดการแก้ไขถุงใต้ตาจากภายใน โดยมุ่งจัดการกับไขมันส่วนเกินที่เป็นต้นเหตุของความนูน โดยไม่กระทบผิวด้านนอก ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตาที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลด้วยวิธีทั่วไป

การเลือกเทคนิคให้เหมาะกับผิวและสภาพตาของแต่ละคน

ถุงใต้ตาของแต่ละคนมีสาเหตุและโครงสร้างที่แตกต่างกัน บางรายอาจมีไขมันเด่น บางรายมีผิวบางร่วมด้วย หรือมีร่องลึกใต้ตาควบคู่กัน การเลือกแนวทางดูแลจึงควรพิจารณาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับสภาพตาและความต้องการอย่างเหมาะสม

หากคุณพยายามลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือสงสัยว่าปัญหาอาจเกิดจากไขมันสะสมหรือผิวหย่อนคล้อย สามารถเข้ารับคำประเมินกับจักษุแพทย์ที่ Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic) เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างถุงใต้ตาอย่างละเอียดและแนะนำแนวทางการผ่าตัดถุงใต้ตาเพื่อแก้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อยที่เหมาะกับสภาพตาของแต่ละบุคคล โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้น ดำเนินการทุกขั้นตอนโดยนายแพทย์จิรัช เจตชยานนท์ 

นัดหมายเข้ารับคำปรึกษาแพทย์ได้ที่ LINE Official: @beaclinic หรือโทร. 064-196-3635

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Bags under eyes. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/bags-under-eyes/symptoms-causes/syc-20369927 
  2. How to Get Rid of Bags Under Your Eyes. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://www.hopkinsmedicine.org/health/treatment-tests-and-therapies/how-to-get-rid-of-bags-under-your-eyes 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาถุงใต้ตาและลดถุงใต้ตาหย่อนคล้อย (FAQs)


Q : วิธีลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองได้ผลกับทุกคนหรือไม่ ?

A : การลดถุงใต้ตาด้วยตัวเองให้ผลแตกต่างกันในแต่ละคน หากถุงใต้ตาเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ การคั่งของน้ำ หรือผิวแห้ง วิธีธรรมชาติอาจช่วยให้ดูดีขึ้นได้ แต่หากเกิดจากไขมันสะสมหรือผิวหย่อนคล้อยระดับโครงสร้าง วิธีดูแลด้วยอาจจะไม่เห็นผลสักเท่าไหร่

Q : ถุงใต้ตาหย่อนคล้อยต่างจากถุงใต้ตาบวมอย่างไร ?

A : ถุงใต้ตาบวมมักเกิดจากการคั่งของน้ำและยุบได้เองในระหว่างวัน ส่วนถุงใต้ตาหย่อนคล้อยเกิดจากผิวและกล้ามเนื้อที่สูญเสียความกระชับ หรือมีไขมันสะสม ทำให้เห็นชัดตลอดเวลาแม้พักผ่อนเพียงพอ

Q : การใช้ครีมรอบดวงตาช่วยลดถุงใต้ตาได้แค่ไหน ?

A : ครีมรอบดวงตาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเรียบและยับยั้งเม็ดสีที่เป็นสาเหตุของใต้ตาคล้ำได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถลดไขมันใต้ตาหรือแก้ไขความหย่อนคล้อยระดับโครงสร้างได้ เหมาะสำหรับการดูแลผิวรอบดวงตามากกว่าการแก้ไขต้นเหตุของถุงใต้ตา

Q : ถุงใต้ตาที่เกิดจากพันธุกรรมสามารถดูแลด้วยวิธีธรรมชาติได้หรือไม่ ?

A : ถุงใต้ตาจากพันธุกรรมมักเกิดจากโครงสร้างไขมันและผนังกั้นใต้ตา วิธีธรรมชาติสามารถช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างได้ หากถุงใต้ตาเห็นชัดตั้งแต่อายุยังน้อย ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

Q : เมื่อไหร่ควรเข้ารับการประเมินถุงใต้ตาโดยแพทย์ ?

A : หากถุงใต้ตายังคงนูนชัดตลอดเวลา ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ดูแลอย่างสม่ำเสมอ หรือมีลักษณะหย่อนคล้อยมากขึ้นตามเวลา การประเมินโดยแพทย์จะช่วยแยกสาเหตุและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับสภาพตาของแต่ละบุคคลได้ชัดเจนขึ้น