ผ่าตัดถุงใต้ตา แผลนอก กับ แผลใน เลือกรักษาวิธีไหนดี ?
19 Jul 2026
Writer
นพ.จิรัช เจตชยานนท์
History
- จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น ภายใต้การดูแลของ นพ.เจียงอริยวงศ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง และเสริมสร้างใบหน้า
- ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น จากโครงการ International Fellowship in Advanced Aesthetic Science (IFAAS) ประเทศเกาหลีใต้
Key Takeaway:
การเลือกผ่าตัดถุงใต้ตาจะพิจารณาจากสภาพผิวเป็นหลัก หากอายุยังน้อยและผิวใต้ตายังตึงกระชับ แต่มีปัญหาถุงไขมันปูดโป่ง "เทคนิคแผลใน" คือคำตอบเพราะจะซ่อนแผลไว้ด้านในเยื่อบุตาโดยไม่มีรอยแผลเป็นภายนอก แต่หากเริ่มมีอายุและมีทั้งถุงไขมันร่วมกับผิวหนังหย่อนคล้อย "เทคนิคแผลนอก" จะเหมาะสมมากกว่า เพราะแพทย์สามารถตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินและดึงกล้ามเนื้อใต้ตาให้ดูเรียบตึง ไปพร้อมกับการเคลียร์ไขมันได้ในคราวเดียว ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินโครงสร้างตาโดยจักษุแพทย์ก่อนรับบริการ
ในปัจจุบัน การผ่าตัดถุงใต้ตาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมี 2 วิธีหลัก คือ การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก และผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของเทคนิคแผลนอก vs เทคนิคแผลใน ทั้งด้านตำแหน่งแผล ข้อดี ข้อจำกัด และกลุ่มคนไข้ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างและสามารถเลือกเทคนิคที่ตอบโจทย์สภาพปัญหาของตัวเองได้ง่ายขึ้น

ถุงใต้ตา เกิดจากอะไร ?
โดยธรรมชาติ รอบดวงตาจะมีถุงไขมัน (Orbital Fat) รองรับแรงกระแทกให้ลูกตา โดยมีผนังกั้นไขมันและกล้ามเนื้อคอยพยุงไว้ แต่เมื่อโครงสร้างเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตามวัยหรือพฤติกรรม ก็จะส่งผลให้เกิดถุงใต้ตาปูดพองขึ้น โดยสาเหตุหลัก ๆ สามารถแยกได้ดังนี้
- อายุที่มากขึ้น : โครงสร้างผิวและกล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนคล้อยตามธรรมชาติ ผิวสูญเสียความตึงตัว ทำให้ไขมันดันตัวออกมาด้านหน้า
- พันธุกรรม : บางคนมีโครงสร้างเบ้าตาและเปลือกตาที่เอื้อต่อการสะสมของถุงไขมันใต้ตาได้ง่าย ทำให้สามารถสังเกตเห็นถุงใต้ตาได้ชัดเจนตั้งแต่อายุน้อย
- พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน : การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการใช้สายตาหนักจนขยี้ตาบ่อย ๆ จะกระตุ้นให้ผิวใต้ตาอักเสบและเสื่อมสภาพเร็ว รวมถึงการรับประทานอาหารรสจัดหรือโซเดียมสูงที่ทำให้เกิดการบวมน้ำ
- โรคประจำตัว : ภาวะภูมิแพ้เรื้อรังทำให้เกิดการคั่งของน้ำเหลืองและเส้นเลือดรอบดวงตาขยายตัว ส่งผลให้ผิวบริเวณใต้ตาดูบวมและโป่งนูนขึ้นได้ง่าย
ผ่าตัดถุงใต้ตา เทคนิคแผลนอก VS แผลใน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี ?
การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน (Internal Incision Surgery)
การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลใน เป็นเทคนิคที่เปิดแผลจากด้านในของเปลือกตาล่าง ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นให้เห็นจากด้านนอก โดยจักษุแพทย์จะเข้าไปนำไขมันส่วนเกินที่ปูดนูนออก หรือจัดเรียงไขมันใหม่ให้เรียบเนียนไปกับร่องน้ำตา โดยไม่มีการกรีดผิวหนังด้านนอกและไม่ต้องเย็บแผล
- ตำแหน่งแผล
ด้านในเยื่อบุตา ไม่เห็นแผลจากภายนอก
- การจัดการโครงสร้าง
นำไขมันออกหรือจัดเรียงไขมันใหม่ แต่ "ไม่สามารถตัดผิวหนังส่วนเกินได้"
- เหมาะสำหรับ
ผู้ที่ต้องการลดถุงใต้ตา โดยเน้นซ่อนรอยแผลให้มองไม่เห็นจากภายนอก หรือผู้ที่มีไขมันถุงใต้ตานูน แต่ผิวหนังใต้ตายังคงมีความยืดหยุ่นดีและไม่หย่อนคล้อยมาก ซึ่งมักพบในกลุ่มคนอายุน้อยหรือมีถุงใต้ตาจากกรรมพันธุ์
การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก (External Incision Surgery)
การผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอก เป็นการเปิดแผลที่ผิวหนังบริเวณขอบตาล่างชิดแนวขนตา เพื่อให้แพทย์สามารถตัดแต่งถุงไขมันใต้ตาและผิวหนังส่วนเกินได้พร้อมกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงใต้ตาชัดเจนและมีผิวใต้ตาหย่อนคล้อยจากอายุที่มากขึ้น
- ตำแหน่งแผล
ขอบตาล่างชิดแนวขนตา เมื่อแผลหายดีรอยแผลจะซ่อนอยู่ตามแนวขนตาล่าง ทำให้สังเกตเห็นได้ยากในระยะปกติ
- การจัดการโครงสร้าง
สามารถนำไขมันออก จัดเรียงตำแหน่งไขมันใหม่ พร้อมทั้ง "ตัดแต่งผิวหนังและกล้ามเนื้อส่วนเกินที่หย่อนคล้อยได้"
- เหมาะสำหรับ
ผู้ที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น มีปัญหาถุงไขมันใต้ตาบวมนูนควบคู่กับผิวหนังรอบดวงตาหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น หรือมีริ้วรอยใต้ตาพับย่นอย่างเห็นได้ชัด

ตารางเปรียบเทียบ ผ่าตัดถุงใต้ตา แผลนอก กับ แผลใน เลือกแบบไหนดี ?
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจัดการกับถุงใต้ตา แล้วยังไม่รู้ว่าระหว่างการผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกกับแผลใน ควรเลือกแบบไหนดี สามารถตัดสินใจเพิ่มเติมได้จากข้อมูลในตารางด้านล่างนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก | การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลใน |
|---|---|---|
| ตำแหน่งรอยแผล | รอยแผลถูกซ่อนไว้ชิดแนวขอบขนตาล่างด้านนอก | รอยแผลซ่อนอยู่ด้านในเยื่อบุตา ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก |
| การจัดการไขมัน | สามารถนำไขมันใต้ตาออกและจัดเรียงไขมันใหม่ได้ | สามารถนำไขมันใต้ตาออกและจัดเรียงไขมันใหม่ได้ |
| การตัดแต่งผิวหนัง | สามารถตัดแต่งผิวหนังและกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ | ไม่สามารถตัดผิวหนังส่วนเกินได้ |
| ระยะเวลาพักฟื้น | ประมาณ 7-10 วัน | ประมาณ 3-5 วัน |
| การตัดไหม | ต้องตัดไหมใน 5-7 วัน | ไม่ต้องตัดไหม |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ใต้ตาเรียบเนียนพร้อมผิวหนังที่ตึงกระชับขึ้น | ลดถุงไขมันใต้ตาให้เรียบเนียนขึ้น |
สรุป การเลือกเทคนิคแผลนอกหรือแผลในจะขึ้นอยู่กับ ปริมาณไขมันถุงใต้ตา ความหย่อนคล้อยของผิว และความต้องการเรื่องรอยแผลของแต่ละคน โดยทั่วไป หากมีเพียงถุงไขมันและผิวยังตึงดี แพทย์มักพิจารณาเทคนิคแผลใน แต่หากมีหนังตาล่างหย่อนหรือรอยพับชัดร่วมด้วย เทคนิคแผลนอกมักให้ผลลัพธ์ที่ครบถ้วนกว่า
วิธีประเมินตนเองเบื้องต้นก่อนเลือกเทคนิคผ่าตัดถุงใต้ตา
กดบริเวณถุงใต้ตา
ใช้นิ้วกดเบา ๆ บริเวณถุงใต้ตาแล้วปล่อยมือ หากผิวหนังสามารถเด้งกลับคืนตัวได้ทันที แสดงว่าโครงสร้างผิวของคุณยังมีความยืดหยุ่นดี ซึ่งมักจะเหมาะกับการใช้เทคนิคแผลใน
ทดสอบความยืดหยุ่น
ใช้นิ้วดึงผิวหนังใต้ตาลงมาเบา ๆ แล้วปล่อย หากผิวหนังใช้เวลานานกว่าจะดีดกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม หรือยังคงดูย่นค้างอยู่ แสดงว่าผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องใช้เทคนิคแผลนอกเพื่อตัดผิวหนังส่วนเกินออก
พิจารณาริ้วรอยขณะยิ้ม
ลองส่องกระจกขณะฉีกยิ้ม หากเวลาหน้าอยู่นิ่ง ๆ ดูไม่มีริ้วรอย แต่พอยิ้มแล้วผิวใต้ตาพับย่นเป็นชั้น ๆ นั่นคือสัญญาณบ่งชี้ว่าผิวหนังมีความหย่อนคล้อย และควรได้รับการตัดแต่งควบคู่กับการจัดการไขมันด้วยเทคนิคแผลนอก
ปรึกษาเทคนิคผ่าตัดถุงใต้ตา ออกแบบเฉพาะบุคคล ที่ BEA Clinic
หากคุณยังลังเลและกำลังพิจารณาระหว่างการผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคแผลนอก VS แผลใน Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic) คลินิกศัลยกรรมตาย่านอโศก ยินดีให้คำแนะนำและพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทุกเคสจะได้รับการวิเคราะห์และออกแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Design) โดยนายแพทย์จิรัช เจตชยานนท์ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมรอบดวงตา เพื่อผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับโครงสร้างใบหน้า พร้อมมีบริการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องหลังผ่าตัด สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถนัดหมายเพื่อเข้าพบแพทย์ได้ที่ LINE Official @beaclinic หรือโทร. 064-196-3635
ข้อมูลอ้างอิง
- Transconjunctival Blepharoplasty. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK538152/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกเทคนิคผ่าตัดถุงใต้ตา (FAQs)
Q: ถ้ากลัวมีรอยแผลที่ผิวหนัง ควรเลือกผ่าตัดถุงใต้ตาแผลในหรือแผลนอก ?
A: หากผิวใต้ตายังตึงดี ควรเลือกเทคนิคแผลใน เพราะซ่อนแผลไว้ด้านในเยื่อบุตาโดยไม่มีรอยแผลภายนอก แต่หากมีผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย เทคนิคแผลนอกจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากแพทย์สามารถใช้เทคนิคซ่อนแผลชิดขอบขนตาเพื่อตัดแต่งผิวส่วนเกินให้ดูเรียบตึงได้
Q: ถ้ามีทั้งถุงใต้ตาและผิวหย่อนคล้อย ควรเลือกเทคนิคแผลนอก VS เทคนิคแผลใน ?
A: ควรเลือกเทคนิคแผลนอก เพราะสามารถตัดแต่งผิวหนังและกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยไปพร้อมกับการจัดระเบียบไขมันได้ ส่วนเทคนิคแผลในจะเน้นจัดการเฉพาะไขมันเท่านั้น ไม่สามารถตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินออกได้ ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากจักษุแพทย์เพื่อวิธีที่เหมาะสม
Q: ผลลัพธ์และระยะเวลาการพักฟื้นของเทคนิคแผลนอกกับแผลในต่างกันมากไหม ?
A: เทคนิคแผลใน จะฟื้นตัวเร็วกว่าและบวมช้ำน้อยกว่าเนื่องจากไม่มีแผลภายนอก ส่วนเทคนิคแผลนอก ช่วงแรกอาจมีรอยแดงและบวมมากกว่า โดยรอยแผลจะซ่อนตามแนวขนตาล่าง ซึ่งเมื่อแผลสมานดีแล้ว ทั้งสองวิธีจะช่วยให้ใต้ตาดูเรียบเนียนกระชับเช่นเดียวกัน
Q: ควรให้ใครเป็นคนตัดสินใจว่าควรผ่าตัดถุงใต้ตาแบบแผลนอกหรือแผลใน ?
A: ควรเป็นการประเมินร่วมกันระหว่างคนไข้และจักษุแพทย์ด้านศัลยกรรมรอบดวงตา โดยแพทย์จะตรวจโครงสร้างไขมัน ความหย่อนคล้อยของผิว และตำแหน่งขอบตาอย่างละเอียด เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละบุคคล