แก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยจักษุแพทย์ที่ BEA Clinic

Ptosis Repair

การผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร ?

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือ Ptosis เป็นภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมามากกว่าปกติ ทำให้ดวงตาดูปรือ ดูง่วงนอน ลืมตาได้ไม่เต็มที่ หรืออาจบดบังการมองเห็นในบางราย การผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจึงเป็นแนวทางรักษาที่ช่วยปรับระดับเปลือกตาให้เหมาะสม พร้อมออกแบบชั้นตาให้สอดคล้องกับโครงสร้างดวงตาเดิม

ที่ Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic) ให้บริการผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยจักษุแพทย์ ผ่านการประเมินกำลังกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ระดับเปลือกตาตก และความสมดุลของดวงตาแต่ละข้าง เพื่อวางแผนรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

บริการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ BEA Clinic

บริการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ BEA Clinic เป็นการผ่าตัดบริเวณเปลือกตาบน เพื่อปรับการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา หรือกล้ามเนื้อเลเวเตอร์ ให้สามารถยกเปลือกตาได้เหมาะสมขึ้น โดยจักษุแพทย์จะประเมินทั้งระดับเปลือกตาตก ความสามารถในการลืมตา ความเท่ากันของดวงตา และรูปแบบชั้นตาที่เหมาะกับใบหน้า

ในบางเคส การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอาจทำร่วมกับการออกแบบชั้นตาใหม่ เพื่อช่วยให้ดวงตาดูเปิดขึ้น ลดลักษณะตาปรือ และปรับชั้นตาให้ดูสมดุลขึ้น โดยยังคงคำนึงถึงโครงสร้างดวงตาเดิมของแต่ละบุคคล

จุดเด่นของการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ BEA Clinic

  • ประเมินและดูแลโดยจักษุแพทย์
  • วางแผนผ่าตัดเฉพาะบุคคล ไม่ใช้รูปแบบเดียวกันทุกเคส
  • แก้ไขปัญหาตาปรือ เปลือกตาตก และชั้นตาไม่เท่ากัน
  • ออกแบบชั้นตาให้สัมพันธ์กับโครงสร้างใบหน้า
  • ให้คำแนะนำก่อนและหลังผ่าตัดอย่างเป็นระบบ

ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ?

การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระดับเปลือกตาและการลืมตา ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งบุคลิกภาพและการมองเห็น เช่น

  • ดวงตาดูปรือ ดูง่วงนอน หรือลืมตาได้ไม่เต็มที่
  • เปลือกตาบนตกลงมาบดบังตาดำบางส่วน
  • ตาทั้งสองข้างเปิดไม่เท่ากัน ทำให้ชั้นตาดูไม่สมดุล
  • ต้องยกคิ้วหรือเกร็งหน้าผากเพื่อช่วยลืมตา
  • รู้สึกว่าดวงตาดูเล็กลงจากระดับเปลือกตาที่ตกลงมา
  • เคยทำตาสองชั้นมาแล้วแต่ยังมีลักษณะตาปรือจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  • ต้องการทราบว่าปัญหาเปลือกตาตกเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาหย่อน หรือคิ้วตก

ทั้งนี้ ความเหมาะสมในการผ่าตัดควรได้รับการประเมินโดยจักษุแพทย์ เนื่องจากอาการเปลือกตาตกหรือตาปรืออาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และแต่ละกรณีอาจต้องใช้แนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

BEA

เทคนิคการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

โดยทั่วไป การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะใช้เทคนิคกรีดแผลบริเวณเปลือกตาบน เพื่อให้จักษุแพทย์สามารถเข้าถึงกล้ามเนื้อเลเวเตอร์ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตา จากนั้นจึงปรับตำแหน่งหรือความตึงของกล้ามเนื้อให้เหมาะสมกับระดับเปลือกตาที่ต้องการ

ข้อดีของเทคนิคนี้คือสามารถประเมินและปรับระดับเปลือกตาได้โดยตรง พร้อมออกแบบชั้นตาใหม่ในตำแหน่งที่เหมาะกับโครงสร้างดวงตาเดิม รอยแผลมักอยู่ตามแนวชั้นตาที่ออกแบบไว้ และจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามกระบวนการสมานแผลของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยจักษุแพทย์ที่ BEA Clinic ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 : การออกแบบและประเมิน (Design and Evaluation) จักษุแพทย์จะประเมินลักษณะกล้ามเนื้อตาและออกแบบชั้นตาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
  • ขั้นตอนที่ 2 : ผ่าตัดเปิดแผลที่เปลือกตาบน (Skin incision and Dissection) จักษุแพทย์กรีดผิวหนังเปลือกตาบน ตามตำแหน่งที่ได้วางแผนไว้ และเลาะชั้นใต้ผิวหนังเพื่อเข้าถึงกล้ามเนื้อเลเวเตอร์
  • ขั้นตอนที่ 3 : ยกกระชับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Plication and Advancement) ผ่าตัดเย็บยกกล้ามเนื้อเลเวเตอร์ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาบน
  • ขั้นตอนที่ 4 : ผลลัพธ์สุดท้าย (The final result) เมื่อยกระดับกล้ามเนื้อดวงตาในตำแหน่งที่เหมาะสม จะช่วยให้เปลือกตายกสูงขึ้น ดวงตาดูสดใส และชั้นตาชัดเจนดูเป็นธรรมชาติ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

  • การผ่าตัดนี้เป็นการผ่าตัดบริเวณเปลือกตาบน รอยแผลมักอยู่ตามแนวชั้นตาที่ออกแบบไว้
  • หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือตึงบริเวณเปลือกตา โดยมักพบชัดในช่วงแรกและค่อย ๆ ดีขึ้น
  • รูปตาและชั้นตาจะค่อย ๆ เข้าที่ตามระยะการฟื้นตัว ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โครงสร้างเปลือกตาเดิม สภาพผิว และการดูแลหลังผ่าตัด
  • ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้ประจำ และประวัติการผ่าตัดรอบดวงตาให้แพทย์ทราบก่อนรับบริการ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ขอแนะนำให้เตรียมตัวดังนี้

  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ยาต้านการอักเสบ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • งดใส่คอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด
  • งดดื่มคาเฟอีนในวันผ่าตัด
  • สวมเสื้อกระดุมหน้าในวันผ่าตัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำให้มาก
  • มีผู้ติดตามมาด้วยในวันผ่าตัด เนื่องจากไม่ควรขับรถกลับเองหลังจากที่ผ่าตัดเสร็จ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ดีและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ถู หรือแกะบริเวณแผลผ่าตัด
  • ประคบเย็นบริเวณที่บวมตามที่แพทย์แนะนำ
  • งดใช้เครื่องสำอางและคอนแทคเลนส์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดออกกำลังกายหนัก กีฬาทางน้ำ และซาวน่าอย่างน้อย 1 เดือน
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือน
  • งดอาหารหมักดองและอาหารทะเลในช่วง 1 เดือนแรก
  • นอนหงายโดยใช้หมอนสูงในช่วง 3 วันแรก
  • สวมแว่นกันแดดเมื่อออกนอกบ้าน
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

แนะนำจักษุแพทย์ของเรา นพ.จิรัช เจตชยานนท์

นายแพทย์จิรัช เจตชยานนท์ เป็นจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดตกแต่งรอบดวงตา มีประสบการณ์และความชำนาญในการแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การทำตาสองชั้น และการตกแต่งผิวหนังรอบดวงตา

  • ปริญญาตรีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น ภายใต้การดูแลของ นพ.เจียงอริยวงศ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง และเสริมสร้างใบหน้า
  • ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น จากโครงการ International Fellowship in Advanced Aesthetic Science (IFAAS) ประเทศเกาหลีใต้
  • ประกาศนียบัตรหลักสูตรปฏิบัติการศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา จากสถาบัน EIMEC ที่ได้รับการยอมรับในด้านการแพทย์และศัลยกรรมความงามในยุโรป ประเทศสเปน

ปรึกษาเรื่องแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกับ BEA Clinic

หากคุณมีปัญหาตาปรือ เปลือกตาตก ลืมตาได้ไม่เต็มที่ หรือไม่แน่ใจว่าเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาหย่อน หรือคิ้วตก สามารถเข้ารับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ที่ Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic) เพื่อประเมินโครงสร้างดวงตาและวางแผนการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล โดย BEA Clinic ให้ความสำคัญกับการประเมินอย่างละเอียด อธิบายทางเลือกการรักษาอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมดูแลออกแบบแนวทางผ่าตัดตามปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อให้คนไข้เข้าใจข้อมูลก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (FAQs)

Q: ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงต่างจากหนังตาตกทั่วไปอย่างไร ?

A: ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานได้น้อยกว่าปกติ ทำให้ลืมตาได้ไม่เต็มที่ ตาดูปรือ หรือเปลือกตาตกลงมาบดบังตาดำ ส่วนหนังตาตกทั่วไปอาจเกิดจากผิวหนังเปลือกตาหย่อนคล้อยตามวัยเป็นหลัก จึงควรให้จักษุแพทย์ประเมินเพื่อแยกสาเหตุและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม

Q: ผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเจ็บไหม ?

A: การผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงโดยทั่วไปจะใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง บวม หรือช้ำบริเวณเปลือกตาในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ ระดับอาการจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

Q: หลังผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงต้องพักฟื้นกี่วัน ?

A: ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย เทคนิคที่ใช้ และการดูแลหลังผ่าตัดของแต่ละคน โดยทั่วไปช่วง 1-3 วันแรกอาจมีอาการบวมช้ำค่อนข้างชัด และจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา แต่งตา ออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงกระทบแผลตามคำแนะนำของแพทย์

Q: ผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำพร้อมตาสองชั้นได้ไหม ?

A: ในบางกรณี การผ่าตัดแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถทำร่วมกับการออกแบบชั้นตาใหม่ได้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดบริเวณเปลือกตาบนเช่นเดียวกัน แพทย์จะประเมินระดับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง รูปตาเดิม และความสมดุลของดวงตาทั้งสองข้างก่อนวางแผนการผ่าตัด

Q: ใครควรเข้ารับการประเมินภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ?

A: ผู้ที่มีอาการตาปรือ ลืมตาไม่เต็มที่ เปลือกตาตกบดบังตาดำ ชั้นตาสองข้างไม่เท่ากัน หรือต้องยกคิ้วและเกร็งหน้าผากช่วยลืมตาเป็นประจำ ควรเข้ารับการประเมินโดยจักษุแพทย์ เพื่อดูว่าสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาหย่อน คิ้วตก หรือปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

BEA
BEA

Before & After

Results may vary for each individual.

Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After
Before
After

BEA Clinic

Bangkok Eye Aesthetics “ให้ดวงตาช่วยสื่อสารตัวตนของคุณ”

Request Free Consultation