ผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก
กำจัดไขใต้ตา พร้อมยกกระชับผิวหนังหย่อนคล้อย
การมีถุงไขมันสะสมมากบริเวณใต้ตา ถือเป็นปัญหาที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่ก่อยวัย แลดูไม่สดใส ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีผิวหนังหย่อยคล้อยร่วมด้วยจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องการมองเห็นตามมาได้ หากได้รับการผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคแผลนอก (Lower Eyelid External Insicion Surgery) ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด พร้อมยกกกระชับผิวหนังที่คล้อยได้ จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพิ่มความมั่นใจ เเละแก้ไขเรื่องการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้นได้
สาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา
ถุงใต้ตา (Lower Eyelid Bags) คือ ภาวะที่มีลักษณะนูนหรือโป่งพองบริเวณใต้ตา ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยสามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
1. ความเสื่อมของโครงสร้างเนื้อเยื่อรอบดวงตา ถือเป็นสาเหตุหลักที่พบในคนวัย 40-60 ปี โดยเกิดจากความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของชั้นผิวและชั้นไขมันรอบเบ้าตา ส่งผลให้ถุงใต้ตาโป่งนูนอย่างถาวร และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทั่วไปอย่างการนวดหรือทาครีมบำรุง
2. พันธุกรรม บางคนอาจมีลักษณะโครงสร้างของเปลือกตาล่างที่เอื้อต่อการเกิดถุงใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย มีแนวโน้มเกิดการสะสมไขมันบริเวณใต้ตาเร็วกว่าปกติ แม้อายุยังไม่มาก แต่หากมีพันธุกรรมสนับสนุนร่วมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้ถุงใต้ตาชัดเจนเร็วกว่าคนทั่วไปได้เช่นกัน
3. ปัจจัยกระตุ้นหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากอายุและพันธุกรรมแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดถุงใต้ตา คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
- การนอนดึก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองรอบดวงตาทำงานไม่ดี จึงเกิดการคั่งของของเหลว
- การกินเค็ม ส่งผลให้ร่างกายสะสมโซเดียมมากเกินไป ทำให้เกิดอาการบวมน้ำใต้ตา
- การใช้สายตาหนักและขยี้ตาเป็นประจำ ทำให้ผิวใต้ตาอักเสบและเสื่อมสภาพเร็ว
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ กระตุ้นการเสื่อมของคอลลาเจนและการไหลเวียนของเลือด
- ภูมิแพ้หรือไซนัสเรื้อรัง อาจทำให้มีการคั่งของน้ำเหลืองหรือเกิดการอักเสบบริเวณใต้ตา ส่งผลให้ถุงใต้ตาดูโป่งบวมชั่วคราว
การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอกโดยจักษุแพทย์ที่ Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic)
การผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหามีถุงใต้ตา ใต้ตาบวมนูน ทำให้หน้าและตาดูโทรม ไม่สดใส โดยใช้เทคนิคแผลนอก ซึ่งภาวะมีถุงใต้ตามักเกิดจากการสะสมหรือการเรียงตัวที่ผิดปกติของไขมันใต้ตา พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น และหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ตาเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยได้
โดยปกติ การผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคแผลนแก จะสามารถจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่ และตัดไขมันส่วนเกินออกได้ ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และในกรณีที่มีผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อยมาก จักษุแพทย์อาจพิจารณาตัดผิวหนังส่วนเกินออกโดยใช้เทคนิคซ่อนรอยแผลบริเวณขอบขนตาล่างร่วมด้วย จักษุแพทย์ของเราจะประเมินการผ่าตัดร่วมกับคนไข้เองทุกเคส มั่นใจได้ว่าเทคนิคที่คุณหมอเลือกใช้จะปลอดภัยและเหมาะสมกับปัญหาที่คุณเผชิญอยู่
ผ่าตัดถุงใต้ตาเหมาะกับใคร :
โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดถุงใต้ตาเหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีความกังวลดังต่อไปนี้
- มีถุงไขมันใต้ตาบวมนูน จนเห็นเป็นก้อน ทำให้ใต้ตาดูโทรม ไม่สดใส
- ผิวหนังบริเวณใต้ตาหย่อนคล้อย ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย
- ถุงใต้ตา 2 ข้างไม่เท่ากัน
- ตาล่างแบะออก หางตาตก จากอายุที่มากขึ้น
ขั้นตอนการผ่าตัดถุงใต้ตา
ในการผ่าตัดถุงใต้ตาของ BEA Clinic เทคนิคแผลนอก มีรายละเอียดและขั้นตอนการผ่าตัดที่แตกต่างกัน ดังนี้
การผ่าตัดถุงใต้ตาแผลนอก
การผ่าตัดเทคนิคแผลนอก เป็นการเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณใต้แนวขอบขนตาล่างเพื่อจัดการกับไขมันส่วนเกินและผิวหนังหย่อนคล้อยใต้ตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีทั้งไขมันสะสมใต้ตาและมีผิวหนังหย่อนคล้อยร่วมด้วย มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45-50 ปีขึ้นไป ในการผ่าตัด ประกอบไปด้วยขั้นตอนเหล่านี้
- ประเมินปริมาณไขมันและความหย่อนของผิวบริเวณใต้ตา
- วาดแนวแผลชิดขอบขนตาล่าง เพื่อให้รอยแผลซ่อนตัวได้ดีที่สุด
- เปิดแผลผ่านชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อ
- ตัดหรือกระจายไขมันส่วนเกินอย่างเหมาะสม
- ตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินหากจำเป็น
- เย็บปิดแผลด้วยไหมขนาดเล็ก และจัดแนวแผลให้แนบสนิทกับแนวขนตา
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดถุงใต้ตา
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด โดยควรปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้
- แจ้งประวัติสุขภาพทั้งหมดให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด เช่น โรคประจำตัว ประวัติการใช้ยา ประวัติการแพ้ยา ประวัติการศัลยกรรมอื่น ๆ
- หยุดยาหรืออาหารเสริมบางชนิดก่อนผ่าตัด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด น้ำมันปลา เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกมากเกินไปขณะผ่าตัด
- พักผ่อนให้เพียงพอ 2-3 วันก่อนผ่าตัด และงดการใช้สายตาเป็นเวลานาน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดอาหารเค็ม งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพื่อช่วยลดอาการบวมหลังผ่าตัด
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดถุงใต้ตา
อย่างที่กล่าวไปว่าการผ่าตัดถุงใต้ตาเทคนิคแผลนอก ส่วนคนไข้บางรายที่มีปัญหาผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อยมาก จำเป็นต้องตัดผิวหนังส่วนเกินบริเวณใต้ตาออกด้วยอาจทำให้เกิดรอยแผลที่ขอบตาล่างได้เล็กน้อย สามารถประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดอาการบวมได้ หากทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล และดูแลแผลอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ รอยแผลก็จะจางลงได้
ทั้งนี้ การผ่าตัดอาจทำให้เกิดอาการปวด-บวมช้ำบริเวณรอบดวงตาได้ โดยเฉพาะในช่วง 1-3 วันแรกหลังรับการผ่าตัด ซึ่งหากรับประทานยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง อาการข้างเคียงดังกล่าวจะดีขึ้นได้เอง และผลลัพธ์สุดท้ายจะชัดเจนหลังผ่าตัด 3-6 เดือนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โดยปกติแล้ว ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดถุงใต้ตาเกิดขึ้นได้น้อยมาก โดยเฉพาะเมื่อทำการรักษากับจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดที่อาจพบได้และควรมาพบแพทย์โดยด่วน คือ
- ใต้ตาโบ๋ลึกเกินไป
- อาการชารอบแผลผ่าตัด
- เลือดออกตามรอยแผล
- ติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
แนะนำจักษุแพทย์ของเรา นพ.จิรัช เจตชยานนท์
นายแพทย์จิรัช เจตชยานนท์ เป็นจักษุแพทย์ประจำที่ Bangkok Eye Aesthetics (BEA Clinic) คลินิกศัลยกรรมถุงใต้ตาใจกลางอโศก เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดตกแต่งรอบดวงตา มีความชำนาญในการผ่าตัดถุงใต้ตา การทำตาสองชั้น และการตกแต่งผิวหนังรอบดวงตา
- ปริญญาตรีแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น ภายใต้การดูแลของ นพ.เจียงอริยวงศ์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง และเสริมสร้างใบหน้า
- ประกาศนียบัตรอบรมขั้นสูงด้านการทำตาสองชั้น จากโครงการ International Fellowship in Advanced Aesthetic Science (IFAAS) ประเทศเกาหลีใต้
- ประกาศนียบัตรหลักสูตรปฏิบัติการศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา จากสถาบัน EIMEC ทันสมัยที่สุดในด้านการแพทย์และศัลยกรรมความงามในยุโรป ประเทศสเปน
Before & After
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล